“มนุษย์เงินผ่าน” จ่ายค่าบ้าน-รถ-บัตรเครดิต 5 นาทีเกลี้ยง! สิ้นเดือนนี้เหลือเงินเท่าไหร่? มาแชร์วิธีรอดตายกัน!

        ติ๊ง! เสียงไลน์ธนาคารเด้งตอนเช้า... หัวใจพองโตเหมือนลูกโป่งสวรรค์ ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง! ผ่านไป 5 นาที... ลูกโป่งระเบิดโพละ เหลือแต่ซากความว่างเปล่า สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ชาวพันทิปทุกคน! กลับมาพบกับตัวแม่เจ้าเก่าเจ้าเดิมสายเม้าท์มอยเรื่องชีวิตและปากท้อง วันนี้ขอเปิดประเด็นแทงใจดำต้อนรับช่วงสิ้นเดือนกันหน่อย ใครที่กำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์ "เงินเดือนเข้าปุ๊บ เป็นอันตรธานหายไปปั๊บ" นึกว่าเงินเดือนผ่านบัญชีเราไปเพื่อเป็นสะพานบุญให้เจ้าหนี้เฉยๆ มามุงตรงนี้ด่วนๆ เลยจ้า!

มหัศจรรย์ 5 นาทีทอง... เงินเข้าปั๊บ โอนจ่ายปั๊บ นึกว่าแข่งแรลลี่โอนไว!
แกเอ๊ย... มีใครเป็นเหมือนกันไหม? วันที่ 25 หรือวันที่ 30 ของเดือน มันคู่วันแห่งความสุขที่สั้นที่สุดในโลกสั้นยิ่งกว่าหางอึ่งซะอีก! พอเงินโอนเข้าปุ๊บ จิตวิญญาณความเป็นนักช้อปและผู้รับผิดชอบต่อสังคมมันเข้าสิงทันที นิ้วมือขยับโอนไวปานแสงเดอะแฟลช

โอนช็อตที่ 1: ค่าผ่อนบ้าน/คอนโด (ที่ดินพรีเมียม แต่เราได้อยู่แค่ซุกหัวนอน)
โอนช็อตที่ 2: ค่าผ่อนรถ (ที่เอาไว้ขับไปติดบนถนนดมแก๊สโซฮอล์)
โอนช็อตที่ 3: ค่าบัตรเครดิต (ที่รูดปรื๊ดๆ ซื้อความสุขเมื่อต้นเดือนที่แล้ว)
โอนช็อตที่ 4: ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเน็ต ค่าประกันชีวิต ค่าส่วนกลาง... บลาๆๆ

      รู้ตัวอีกที แอบกดเข้าไปดูยอดเงินคงเหลือในแอปธนาคาร... ผ่างงงงง! เหลืออยู่แค่นี้เองเหรอเนี่ย? (หัวเราะทั้งน้ำตา 555) นึกว่าโดนคอลเซ็นเตอร์ดูดเงิน ที่ไหนได้... ฝีมือตัวเองล้วนๆ โอนจ่ายแบบไม่คิด ชีวิตป๊อปปูลาร์ในหมู่เจ้าหนี้สุดๆ จนต้องอุทานกับตัวเองว่า "นี่ฉันทำงานเพื่อหาเงิน หรือทำงานเพื่อ
ประคองระบบเศรษฐกิจโลกกันแน่เนี่ย?!"

เปิดกรุ “เจ้ากรรมนายเวร” ในคราบใบแจ้งหนี้ และอาการ “สิ้นเดือน...สิ้นใจ”
เอาจริงนะ บางทีเราก็ต้องหันกลับมามองความจริงอันโหดร้าย (แต่ขำแห้ง) ของพวกเรายุคนี้ การไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐ แต่การมีหนี้ครบทุกประเภทแปลว่าเป็นคนมีเครดิตดี... คิดแบบนี้จะได้นอนหลับเนอะ!

“เงินเดือนน่ะอยู่กับเราแป๊บเดียว แต่หนี้สินน่ะอยู่กับเราจนกว่าจะส่งเอกสารครบ 30 ปีนู่นแหละจ้า รักแท้แพ้หนี้บ้านจริงๆ”
ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่เรามีรายจ่ายหรอกค่ะเพื่อนๆ แต่มันอยู่ที่เรา "จ่ายแบบหน้ามืดตามัว" พอเห็นเลขในบัญชีเยอะๆ ตอนต้นวัน เราก็โอนกระจายโดยไม่ทันตั้งสติ พอตกเย็นมาเปิดดูอีกที อ้าว! เงินที่จะเอาไว้กินชาบู หมูกระทะ หรือแม้แต่ข้าวกะเพราไก่ไข่ดาวพยุงชีพไปจนถึงเดือนหน้า มันหายวับไปกับตา กลายเป็นผู้ประสบภัยทางการเงินในทันที


ถอดรหัสลับ “กู้ชีพกระเป๋าตังค์” ก่อนจะกลายเป็นผู้ประสบภัยถาวร
        มาค่ะ! ในฐานะที่ผ่านสมรภูมิเงินเหลือหลักสิบมาหลายรอบ วันนี้อยากมาชวนทุกคนปรับพฤติกรรมกันใหม่ ลองใส่ใจสิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่า "การทำบัญชีราย
จ่ายและการวางงบประมาณ" กันดูสักตั้งเถอะ วิธีการไม่ได้ยากจนต้องจบด็อกเตอร์ด้านการเงิน แค่ใช้สูตรง่ายๆ สไตล์คนขี้เกียจแบบเรานี่แหละ:
     หักดิบเงินออมก่อนจ่าย: เงินเดือนเข้าปุ๊บ โยกเงินไปออมอีกบัญชีที่ไม่มีแอป (หรือถอนยากๆ) ทันที 5% - 10% ก็ยังดี ถือว่าบัญชีนั้นไม่มีอยู่จริงบนโลกใบนี้
      จดทุกอย่างที่ขยับได้: เดี๋ยวนี้มีแอปบันทึกรายรับ-รายจ่ายน่ารักๆ เยอะมาก หรือจะสร้างกรุ๊ปไลน์ที่มีแค่เราคนเดียวแล้วพิมพ์ส่งไว้ก็ได้ จดให้รู้ว่าเงินไหลออกไปกับค่ากาแฟส้ม ค่ากล่องสุ่ม หรือค่าผ่อนอะไรกันแน่
      ตั้งงบ "วงเงินจำกัดเขียว": แบ่งเงินสำหรับใช้จ่ายรายวันแยกไว้เลย วันละ 200-300 บาท วันไหนเหลือทบไปวันต่อไป วันไหนใช้เกิน... พรุ่งนี้กินมาม่า!

เชื่อเถอะว่า ถ้าเราเริ่มทำบัญชีและวางงบไว้ล่วงหน้า ตอนสิ้นเดือนเราจะไม่ต้องมานั่งเอามือกุมขมับแล้วตกใจตาตั้งอีกต่อไป เราจะเห็นล่วงหน้าเลยว่าเดือนนี้เราจะรอดท็อปฟอร์ม หรือจะรอดแบบหวุดหวิด!

      เม้าท์มาซะยาวเหยียด ตอนนี้สเตตัสกระเป๋าตังค์ของเพื่อนๆ เป็นยังไงกันบ้าง? รอดพ้นวิกฤต หรือกลายเป็นผู้ประสบภัยกู้ชีพด้วยมาม่าไปแล้ว? ใครมีทริคเด็ดๆ ในการบริหารเงินช่วงสิ้นเดือน หรือมีแอปทำบัญชีเจ๋งๆ ที่ใช้แล้วชีวิตเปลี่ยน มาคอมเมนต์แชร์ไอเดียและสร้างมิตรภาพกันหน่อยเร็ววว!

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่